Blog

17/04/2018

เภสัชอาสา ชวนคนเลิกบุหรี่ เน้นยาช่วย เน้นใจแข็ง เน้นจิตสำนึก

กลุ่มเภสัชกรรุ่นใหม่ชวนคนไทยเลิกบุหรี่ ออกหน่วยตระเวณให้คำปรึกษากับผู้ต้องการเลิกบุหรี่ โดยเน้นหนักที่เยาวชนและนักศึกษา เหตุจากสถิติการสูบบุหรี่ของคนไทยมีมากถึงสิบล้านคน พร้อมนักสูบหน้าใหม่ก็มีเกณฑ์เริ่มสูบกันตั้งแต่เยาว์วัยมากยิ่งขึ้น

โครงการ “เภสัชอาสา พาเลิกบุหรี่” โครงการของเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อควบคุมยาสูบ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีจุดมุ่งหมายเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเลิกบุหรี่กันให้มากที่สุด ซึ่งเวลานี้สถิติมีคนไทยสูบบุหรี่มากถึง สิบล้านคน และผู้ริเริ่มสูบครั้งแรกก็เกณฑ์อายุไวขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาสำหรับโครงการ “ เภสัชอาสา พาเลิกบุหรี่” อันเกิดขึ้นมาจากการรวมตัวกันของเหล่าเภสัชกรทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2548 โดยมี ภก. คทา บัณฑิตตานุกูล เป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนงานบริการเลิกบุหรี่โดยเภสัชกร เนื่องจากในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งกว่าหกสิบชนิด และมีสารเสพติด ที่ทำให้คนที่สูบบุหรี่เลิกบุหรี่ไม่ได้

การเลิกบุหรี่โดยใช้ยาช่วย จึงนับเป็นทางออกหนึ่งแก่ผู้สูบบุหรี่ที่ต้องการเลิก การแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้องและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้สูบบุหรี่ เป็นบทบาทโดยตรงของเภสัชกร ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เริ่มเปิดตัวโครงการโดยมีการนำเภสัชกรไปให้คำปรึกษาตามห้างสรรพสินค้าและงานรณรงค์ต่างๆมีประชาชนให้ความสนใจเข้ารับบริการให้คำแนะนำจำนวนมากทั้งนี้เองด้วยปีนี้ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกในวันที่ 31 พฤษภาคม โดยเน้นประเด็นการรณรงค์ว่า “ Tobacco- Free Youth: เยาวชนรุ่นใหม่ร่วมใจต้านภัยบุหรี่” เนื่องจากผู้ติดบุหรี่ส่วนใหญ่จะเริ่มสูบบุหรี่ก่อนอายุ 18 ปี และยิ่งกว่านั้นก็เริ่มสูบบุหรี่กันที่อายุน้อยลง โอกาสการติดบุหรี่จะสูงขึ้น เลิกสูบยากขึ้น และมีการวิจัยชี้ชัดว่า บุหรี่เป็นยาเสพติดที่ชักนำให้เยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การติดยาเสพติดอื่นๆการดื่มสุรา เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน และมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร งานนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การรณรงค์ให้ความรู้ และการเลิกบุหรี่ไปที่เยาวชนเป็นหลัก โดยมีเหล่าศิลปินและคนดัง เป็นต้นแบบการไม่สูบบุหรี่ร่วมรณรงค์และให้ความรู้ต่างๆ พร้อมจะมีการออกหน่วยให้บริการตามพื้นที่ต่างๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สถานบริการผับบาร์ โดยมีเหล่าเภสัชกร และคนดังในวงการต่างๆ ร่วมทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอด ทั้งปี งานนี้ผู้เข้ารับคำปรึกษาจะได้พบปะพูดคุยกับเภสัชกรโดยตรง และจะได้รับเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ เช่น น้ำยาอมอดบุหรี่ ชาชง หญ้าดอกขาว เราได้มีโอกาสไปพบปะพูดคุยกับ สองสาวสวยตัวแทนเกสัชกรที่จะมาทำหน้าที่โน้มน้าวใจให้ผู้ติดบุหรี่ หันกลับใจมารักษาสุขภาพ กับ โน้ต-ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล” และ “อร กรกมล ชัยวัฒนเมธิน” สองสาวแจงถึงหน้าที่ของตัวเองกันว่า

“ ที่ผ่านมาก็ได้ทำหน้าที่ ให้คำปรึกษาพูดจาเชิญชวนโดยได้ลงหน่วย ออกหน่วยตามจุดต่าง ๆอย่าง ล่าสุดไปในชุมชนต่างๆมา ค่อนข้างจะเป็นชุมชนที่มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ แต่ปรากฏว่าคนในชุมชนก็ยังติดบุหรี่อยู่ เราเลยใช้หลักของการดึงสิ่งที่เป็นโทษของบุหรี่ ที่เขาจะสามารถมองเห็นได้ง่ายที่สุดมาพูดคืออย่างในเรื่องของเศรษฐกิจ ตัวขับเคลื่อนที่เป็นปัญหาสำคัญของเขาว่า เขาจะต้องเสียเงินมูลค่าไปเท่าไรสำหรับการสูบเป็นประจำรวมกันได้เท่าไร พูดให้เขาตระหนักถึงผลกระทบที่มองเห็นใกล้ตัวมากสุด นอกจากนั้นยังมีโทษสำหรับร่างกายอีกต่างหาก และบุคคลรอบข้างให้เขาคำนึงถึงสิ่งที่ได้รับ และพยายามให้กำลังใจสำหรับการเลิก” นอกจากการให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดบุหรี่ถึงแนวทางการเลิกแล้วนั้น ทั้งนี้หน้าที่ของเหล่าเภสัชกรอาสายังรวมไปถึงการรณรงค์ให้เยาวชนรุ่นใหม่ตระหนักถึงปัญหาคนติดบุหรี่กันด้วย โน้ตบอกเพราะสังคมยังคงมองว่าเรื่องของการสูบบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดากันอยู่ เลยทำให้เป็นเรื่องน่าเพิกเฉย

“ จริงๆคนมองว่าธรรมดาไปด้วยซ้ำนะ โน้ตว่า เขามองว่าไม่น่ารังเกียจ ธรรมดา ทั้งที่จริงแล้วคนติดบุหรี่ก็คนติดยานั่นแหละ และสาเหตุของโรคต่างๆส่วนใหญ่ก็นำมาจากโทษของบุหรี่มากที่สุดด้วย การสูบกันมาตั้งแต่อายุน้อย ๆและมีเกณฑ์ว่าคนที่เริ่มสูบก็มีอายุน้อยลง จาก 18 ปี เป็น 16 ปี ลงมาถึง 14 ปีก็เริ่มสูบกันแล้วเนี่ยมันก็ทำให้แก้ปัญหา ให้เลิกยากขึ้น เลยอยากให้สังคมช่วยมองกันว่ามันเป็นเรื่องไม่ปกติ เดี๋ยวนี้ใครสูบบุหรี่เชยมาตั้งนานแล้ว คนสูบบุหรี่ก็คือคนติดยานั่นแหละแม้คนสูบจะไม่น่ารังเกียจ แต่ควันพิษที่เขาพ่นออกมาเนี่ยมันน่ารังเกียจมาก” และก็ดูเหมือนว่าบุกตรงออกหน่วยไปยังตัวผู้ป่วย และลงไปยังชุมชนจะเป็นการไล่แก้ไขปัญหากันโดยตรงที่ตัวผู้สูบเองก็จริง แต่ทว่า วิธีการขจัดปัญหาคนสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้นก็ควรที่จะเป็นหน้าที่ของหลายภาคส่วน
อรบอกทั้งภาคองค์กร หน่วยงาน สถาบัน รวมไปถึงตัวบทกฎหมายเองก็ควรจะมีมาตราการที่เคร่งครัดกว่านี้ อย่างน้อยก็เพื่อขจัดพื้นที่คนสูบให้เกิดความสะดวกน้อยขึ้น และไม่เกิดปัญหา บุหรี่มือสองทำลายสภาพแวดล้อมบุคคล

“ เราลงไปออกหน่วย ไม่เพียงแต่การให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดบุหรี่ เรายังลงไปโน้มน้าวทั้งคนใกล้ชิดผู้ป่วยด้วยให้ขยายต่อความตระหนักถึงการติดบุหรี่ เพื่อตักเตือนและดูแลสุขภาพกัน แต่อย่างว่า การลงไปยังตัวผู้ติดบุหรี่ก็เป็นการลดจำนวนคนผู้ติดบุหรี่ก็จริง แต่สาเหตุของการติดบุหรี่จริง ๆ เราก็ต้องแก้กันที่ตรงนั้นด้วยว่าสูบเพราะอะไร และแนวโน้มที่กำลังมีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆแล้วมันก็ต้องอาศัยมาตรการทางกฎหมายด้วยที่จะต้องเคร่งครัด ตามมหาวิทยาลัยต่างๆก็ควรจะมีการควบคุมไม่ให้สูบในพื้นที่เขตของมหาวิทยาลัยอย่างน้อยเราก็จะตัดความสะดวกออกไป ราคาบุหรี่ก็เป็นอีกส่วน การซื้อขายก็เป็นอีกส่วน การไม่มีแบบอย่างโฆษณาก็เป็นอีกส่วนที่ไม่โน้มน้าว หากมีการควบคุมป้องกันกันอย่างเข้มข้น

อรคิดว่า จะดีมากๆเลยหากเราสามารถควบคุมโทษของบุหรี่มือสองไม่ให้ไปก่อกวนคนรอบข้างผู้สูบ” ทั้งภาพโทษของบุหรี่บนซองบุหรี่ และ ราคาที่แพงขึ้น รวมไปถึงสถานที่สูบที่มีจำกัดนั้นท้ายสุดถ้าหากมันไม่ได้เป็นปัญหาและอุปสรรคให้กับผู้สูบเลยก็ตาม สองสาวเภสัชอาสาฝากคำแนะนำมาว่าหากสนใจอยากให้จะให้คนข้างๆสามารถเลิกบุหรี่ได้ ทั้งนี้เองผู้เตือนควรจะใช้วาทศิลป์กล่าวถึงสิ่งที่ผู้สูบรักเพื่อให้ตระหนักถึงโทษ

“ เราก็จะเริ่มมองสาเหตุว่าเขาติดทำไม และหากเขาไม่มองถึงโทษทางร่างกาย และแม้ซองจะมีทั้งรูปน่ากลัว ราคาก็แพงขึ้น ที่สูบเดินทางไปไหนหายากแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสูบบุหรี่ ตรงนี้ก็อยากจะให้ใช้วิธีพูดถึงสิ่งที่ผู้สูบรัก คือ หากสูญเสียคนรักแล้วจะรู้สึกยังไง บุหรี่ไม่เพียงแต่ทำลายตัวคุณเองแต่มันทำลายคนรอบข้างอีกด้วย การหนีไปสูบคนเดียวไม่ได้ มีคนอยู่ข้างๆนั่นก็หาใช่ทางออกเพราะบุหรี่จะทำให้คนติดต้องทุกข์ทรมานจากอาการป่วย
ก่อเกิดมะเร็งสร้างภาระให้กับคนใกล้ชิดที่เป็นคนดูแลอีก”
สำหรับผู้ที่สนใจและอยากจะเลิกบุหรี่ สามารถรับบริการกันได้ที่ หน่วยงานที่จะตระเวนไปยังจุดต่างๆ โดยติดตามได้ตาม www.thaipntc.org หรือ โทร 02-8902066
แต่หากอยากได้คำแนะนำดีๆเพื่อเลิกบุหรี่โดยตรง ก็สามารถโทรสายด่วน 1600

Credit : www.dmc.tv/pages//2008-05-20-1.html

ผลงาน คภยส. ,
About an