Blog

17/04/2018

องค์การเภสัชฯ เดินหน้าพัฒนายาเลิกบุหรี่จากสมุนไพรหญ้าดอกขาว

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า การสูบบุหรี่ถือเป็นโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยจากผลการสำรวจล่าสุด พบว่าคนไทยสูบบุหรี่ร้อยละ 19.9 หรือ ประมาณ 10.9 ล้านคน พบเด็กและเยาวชนเริ่มสูบบุหรี่มากกว่า 2 แสนคน และพบผู้ป่วยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่อีกเป็นจำนวนมาก องค์การเภสัชกรรมจึงได้คิดค้น วิจัย และพัฒนายาสำหรับใช้ในการเลิกบุหรี่ โดยในส่วนของยาจากสมุนไพรนั้นขณะนี้องค์การฯ ได้ทำการศึกษาวิจัยยาอมสารสกัดจากสมุนไพรหญ้าดอกขาว โดยสกัดเอาสารสำคัญที่มีสรรพคุณช่วยลดการอยากสูบบุหรี่ ซึ่งตอนนี้ได้สูตรตำรับยาที่มีความคงสภาพระยะยาว 2 ปี เรียบร้อยแล้ว และยาผ่านมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งขณะนี้กำลังทำการศึกษาทางคลินิกร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่จะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 12 เดือน เพื่อให้ได้ข้อมูลการศึกษาประสิทธิผลที่เพียงพอ จากนั้นจะยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพร คาดว่าจะสามารถผลิตยาอมสารสกัดจากสมุนไพรหญ้าดอกขาวออกสู่ท้องตลาดได้ภายในปี 2562 และจะผลักดันเป็นรายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติต่อไป

ขณะที่การพัฒนายาแผนปัจจุบันนั้น องค์การฯ ได้วิจัยและพัฒนายาเม็ดไซทิซีน (Cytisine 1.5 mg tablets) ซึ่งเมื่อวิจัยและพัฒนาสำเร็จจะจัดว่าเป็นยาใหม่ และยังไม่มียาต้นแบบ ขึ้นทะเบียนยาใช้ในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความคงสภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 5 ปี เพื่อควบคุมคุณภาพของยา ในขณะเดียวกันนี้องค์การฯได้ทำการศึกษาทางคลินิกควบคู่ขนานไปด้วย โดยได้ร่วมมือกับเครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ ซึ่งองค์การฯจะผลิตยาเม็ดไซทิซีนในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot scale) เพื่อนำไปใช้ในโครงการวิจัยการศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบบริการเลิกยาสูบแบบเป็นขั้นตอนในประเทศไทย (Effectiveness & Efficacy of STEP wise Approach of Smoking Cessation System in Thailand) : STEP trial ที่มี ผศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.) คาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาวิจัยประมาณ 2 ปี และผลิตยาออกสู่ท้องตลาดได้ภายในปี 2564

“เมื่อการศึกษาทางคลินิกของยาอมสารสกัดจากสมุนไพรหญ้าดอกขาวและยาเม็ดไซทิซีนสำเร็จจะเป็นการพิสูจน์ถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาเลิกบุหรี่ของประเทศไทย เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ยา และเมื่อองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยาทั้ง 2 รายการออกสู่ท้องตลาดแล้ว จะส่งผลให้ผู้ป่วยที่อยากเลิกบุหรี่ สามารถเข้าถึงยาเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น ถือเป็นการเลิกบุหรี่แบบเป็นขั้นตอน สามารถเลิกบุหรี่ได้ด้วยยาอมสมุนไพรในขั้นตอนแรก หรือใช้ยาแผนปัจจุบันช่วยในขั้นตอนที่ 2 สำหรับผู้ที่ใช้สมุนไพรเลิกบุหรี่ไม่สำเร็จ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเลิกบุหรี่ให้ดียิ่งขึ้น และในราคาที่ยุติธรรม ทำให้ประชาชนคนไทยมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยลดอัตราการเกิดโรค ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวต่อไป”

อยากให้รู้
About an